ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

ชุมขนคนรักไรเฟิล

Moderator: Olea

ภาพประจำตัวสมาชิก
EspanolSD
โพสต์: 87
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2020 2:19 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย EspanolSD »

ขอเพิ่มเติมความชัดเจนให้เพื่อนสมาชิกจะได้ไม่สับสนกับบางสิ่งบางอย่างครับ...

ประเด็น คือ มันมีบันทึกข้อความ ศบปช. (ฝ.ตป.) ที่ มท ๐๓๐๗.๘(๕) เรื่อง การกำหนดขนาดอาวุธปืนเดี่ยวไรเฟิ่ล เรียน ผอ.สรร.๑/หน.ง.กง.พสร เมษายน ๒๕๖๓ ออกมา
ทำให้หลังจาก เมย. 63 ป.2/3/4 มันจะต้องออกตามบันทึกข้อความฉบับนี้ เรื่องมันก็แค่นี้ คนมีซื้อคนเล่นจริง เค้ารู้เรื่องดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์มันอะไรคืออะไร

นี่คือตัวอย่าง ป.4 บางส่วนของอาวุธปืนไรเฟิ่ลที่ผม "มี" ครอบครองด้วยตนเอง ทุกกระบอกไม่มีตีบนอาวุธปืน ว่ายิงได้ 2 ขนาดครับ แต่ 4 ใบนี้มันออกก่อน เมย. 63 มันก็เลยมี () ได้
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปภาพ

Yoshiki_Silencer
โพสต์: 3
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2020 5:35 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย Yoshiki_Silencer »

a lone wolf เขียน:
อาทิตย์ พ.ค. 10, 2020 8:08 am
Yoshiki_Silencer เขียน:
เสาร์ พ.ค. 09, 2020 6:05 pm
[email protected] เขียน:
พฤหัสฯ. พ.ค. 07, 2020 12:02 pm


กระทู้นี้ หมายถึ่ง คอปืนที่ มีป.4 ระบุให้ครอบครอง อาาุธปืนเดี่ยวไรเฟิล ขนาด .223 นิ้ว/5.56 มม.
และ ป.4 เดี่ยวไรเฟิล ขนาด .308 นิ้ว/7.62 นาโต้

RTA. Royal Thai Army. กระสุน ที่มีอักษร RTA. ป็นกระสุนที่ใช้ในราชการทหารไทย
ไม่ได้ขายหรือจำหน่ายให้กับประชาชน จึงเป็นทรัพย์สินของทางราชการทหาร

ผู้ใดครอบครอง กระสุนท้้งนัด หรือแม้เพียงปลอกกระสุน ก็อาจจะมีความผิด
ฐานลักทรัพย์ของทางราชการ หรือรับของโจร

นอกจากกระสุนขนาดข้างต้น และยังมีกระสุนต้องห่ามครอบครอง คือกระสุนเพลิง(ไม่ทราบว่ามีลักษณะอย่างใด แต่กระสุนส่องวิถีไม่ใช่กระสุนเพลิง) และกระสุนเจาะเกราะ (มีลักษณะเฉพาะ หัวกระสุนทาสีดำไส้แกนกลาง เป็นโลหะทังสเตน ที่แข็งกว่าเหล็ก) เท่าที่ทราบจะมีแต่ขนาด 7 มม.ขึ้นไป และใช้ในบางหน่วยทหารเท่านั้น

กระสุนเจาะเกราะ น่าจะหมายเกราะทางการทหาร ที่กรุให้กับรถเกราะกันกระสุน รถถัง ไม่ใช่เกราะอ่อน ที่ทนหัวกระสุน ไรเฟิล .223 และ .308 ได้ในระดับต้น ๆ ได้เท่านั้น

ทั้งกระสุนเพลิง กระสุนเจาะเกราะ จักต้องใช้ผู้ชำนาญการด้านกระสุน จากกองทัพบกไทย มายืนยันเป็นพยานในการพิจารณาคดี ไม่ใช่เจ้าพนักงานตำรวจ เพราะไม่ใช่ผู้มีอำนาจใช้กระสุน ทั้ง 2 ชนิดนี้ ถ้าไม่มีพยานของกองทัพบกไทย และจำเลยยืนยันให้การปฎิเสธ อาจจะเกิดข้อสงสัยในข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณา ว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ตามคำฟ้อง ศาลอาจต้องยกประโยชน์ในข้อสงสัยนี้ให้กับจำเลย ครับ.
รบกวนสอบถามความเห็นของพี่ [email protected] และสมาชิกท่านอื่นหน่อยครับ เมื่อก่อนกรณีมีกระสุน 5.56 พิสูจน์หลักฐานมักจะรายงานผลตรวจมาสั้นๆ ว่าเป็นกระสุนปืนกลที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ โดยไม่ได้ระบุมาให้ชัดเจนว่าเป็นกระสุนเจาะเกราะหรือกระสุนเพลิง ทำให้ต้องสั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมทุกครั้งซึ่งก็ต้องตอบมาว่าไม่ใช่กระสุนเจาะเกราะหรือกระสุนเพลิง (แน่นอนอยู่แล้ว) ทำให้อัยการต้องสั่งไม่ฟ้องหรือศาลพิพากษายกฟ้องข้อหามีกระสุนปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ซึ่งเป็นไปตามแนวฎีกาที่เคยตัดสินไว้ก่อนหน้านี้ที่ว่าแม้จะเป็นกระสุนปืนกลแต่เมื่อไม่ใช่กระสุนเจาะเกราะหรือกระสุนเพลิงก็ไม่ใช่กระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ (สรุปคือถือว่าเป็นกระสุนธรรมดานั่นเอง)

แต่มาในช่วงหลัง (น่าจะจากกรณีปัญหาที่ศาลวินิจฉัยไม่ใช่กระสุนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ดังกล่าวข้างต้น) ทางพิสูจน์หลักฐานเลยแก้ลำด้วยการระบุ
มาในผลตรวจพิสูจน์เลยว่าไม่ใช่กระสุนเพลิงหรือกระสุนเจาะเกราะแต่เป็นกระสุนปืนกลตามกฎกระทรวงฉบับที่ 3 จึงเป็นกระสุนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้
ได้เช่นกัน โดยทางพิสูจน์หลักฐานระบุมาในรายงานผลตรวจพิสูจน์ว่ากระสุน 5.56 ( ไม่ใช่กระสุน .223 ) เป็นกระสุนที่ผลิตมาเพื่อใช้กับปืนกลโดยเฉพาะ ( กรณีที่เป็นปัญหาอาจจะเพราะกระสุนปืนของกลางตีตรา RTA ด้วย ) แต่โดยส่วนตัวผมเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้องเพราะกระสุนเมื่อผลิตออกมาแล้วก็ใช้ยิงได้กับทั้งปืนกลและปืนธรรมดา และปืนไรเฟิลระบบลูกเลื่อนบางกระบอกก็สามารถใช้ยิงได้ทั้งลูก 5.56 และ .223 หรือกระทั่งปืนขนาด .223 เองก็สามารถยิงลูก 5.56 ได้ (แม้จะไม่ค่อยดีกับปืนเท่าไหร่)ซึ่งโดยส่วนตัวของผมเห็นว่าการตีความแบบนี้เป็นการตีความในสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนให้เป็นโทษกับผู้ต้องหา ทำให้น่าคิดว่าในอนาคตหากเป็นการครอบครองกระสุน
5.56 ที่ไม่ใช่กระสุนที่ตีตรา RTA ซึ่งกระสุนขนาดนี้ไม่ใช่กระสุนต้องห้ามตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 และตัวผู้ครอบครองกระสุนเองมีปืนไรเฟิลลูกเลื่อนขนาด .223
จะเป็นความผิดฐานมีกระสุนที่นายทะเบียนไม่อาจออกไปใบอนุญาตได้หรือไม่

กรณีการครอบครองกระสุนที่ตีตรา RTA ยังไงก็เป็นความผิดฐานอื่นต่างหากอยู่ก็ต้องว่ากันต่างหากต่อไป

ไม่ทราบว่าพี่ [email protected] และสมาชิกท่านอื่นมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ
โดยตรรกกะน่าจะตีความตามที่ตำรวจผู้จับกุมว่าไว้ไม่ได้นะครับ
5.56 ใช้กับปืนกล
ผู้ถือใบอนุญาต .223 จึงมีไม่ได้เนี่ย

ปืนกลมืออูซี่ มีใช้ทั้ง 9 มม., .45 และแม้กระทั่ง .22 LR ด้วย conversion kit

ถ้าใช้โลจิกว่า กระสุนใช้กับปืนกล มีไม่ได้ คงเละเทะน่ะครับ

เจตนารมย์ กฎกระทรวงฉบับที่ 11 น่ะ
เขาห้ามที่ตัวปืนว่าคนธรรมดาครอบครองปืนที่มีกลไกแบบปืนกลไม่ได้ เกินความจำเป็นในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน
ไม่ใช่ห้ามกระสุนปืนกล

ตัวกระสุน ก็ห้ามกระสุนเพลิง และกระสุนเจาะเกราะ เพราะเกินความจำเป็นของพลเรือน
ใช่ครับผมเห็นด้วยกับคุณ a lone wolf เพราะจะกลไม่กลอยู่ที่ปืนไม่ใช่ที่กระสุน และกระสุน 5.56 ก็ใช้กับปืน .223 ระบบลูกเลื่อนได้ ( แม้จะไม่ดีเท่าไหร่ )
แถมปืนไรเฟิลระบบลูกเลื่อนบางกระบอกก็ใช้ได้ทั้งกระสุน 5.56 กับ .223 ด้วย การตีความว่ากระสุน 5.56 เป็นกระสุนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตไม่ได้ตาม
กฎกระทรวงฉบับที่ 3 จึงไม่น่าจะถูกต้องครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นนโยบายของ สตช. หรือเปล่าที่ต้องหาช่องให้กระสุน 5.56 เป็นกระสุนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้
เอาตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 ไม่ได้ก็ปลิ้นมาเอาฉบับที่ 3 ให้ได้

Yoshiki_Silencer
โพสต์: 3
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 09, 2020 5:35 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย Yoshiki_Silencer »

[email protected] เขียน:
อังคาร พ.ค. 12, 2020 11:30 am
Yoshiki_Silencer เขียน:
เสาร์ พ.ค. 09, 2020 6:05 pm
[email protected] เขียน:
พฤหัสฯ. พ.ค. 07, 2020 12:02 pm


กระทู้นี้ หมายถึ่ง คอปืนที่ มีป.4 ระบุให้ครอบครอง อาาุธปืนเดี่ยวไรเฟิล ขนาด .223 นิ้ว/5.56 มม.
และ ป.4 เดี่ยวไรเฟิล ขนาด .308 นิ้ว/7.62 นาโต้

RTA. Royal Thai Army. กระสุน ที่มีอักษร RTA. ป็นกระสุนที่ใช้ในราชการทหารไทย
ไม่ได้ขายหรือจำหน่ายให้กับประชาชน จึงเป็นทรัพย์สินของทางราชการทหาร

ผู้ใดครอบครอง กระสุนท้้งนัด หรือแม้เพียงปลอกกระสุน ก็อาจจะมีความผิด
ฐานลักทรัพย์ของทางราชการ หรือรับของโจร

นอกจากกระสุนขนาดข้างต้น และยังมีกระสุนต้องห่ามครอบครอง คือกระสุนเพลิง(ไม่ทราบว่ามีลักษณะอย่างใด แต่กระสุนส่องวิถีไม่ใช่กระสุนเพลิง) และกระสุนเจาะเกราะ (มีลักษณะเฉพาะ หัวกระสุนทาสีดำไส้แกนกลาง เป็นโลหะทังสเตน ที่แข็งกว่าเหล็ก) เท่าที่ทราบจะมีแต่ขนาด 7 มม.ขึ้นไป และใช้ในบางหน่วยทหารเท่านั้น

กระสุนเจาะเกราะ น่าจะหมายเกราะทางการทหาร ที่กรุให้กับรถเกราะกันกระสุน รถถัง ไม่ใช่เกราะอ่อน ที่ทนหัวกระสุน ไรเฟิล .223 และ .308 ได้ในระดับต้น ๆ ได้เท่านั้น

ทั้งกระสุนเพลิง กระสุนเจาะเกราะ จักต้องใช้ผู้ชำนาญการด้านกระสุน จากกองทัพบกไทย มายืนยันเป็นพยานในการพิจารณาคดี ไม่ใช่เจ้าพนักงานตำรวจ เพราะไม่ใช่ผู้มีอำนาจใช้กระสุน ทั้ง 2 ชนิดนี้ ถ้าไม่มีพยานของกองทัพบกไทย และจำเลยยืนยันให้การปฎิเสธ อาจจะเกิดข้อสงสัยในข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณา ว่าโจทก์นำสืบไม่ได้ตามคำฟ้อง ศาลอาจต้องยกประโยชน์ในข้อสงสัยนี้ให้กับจำเลย ครับ.
รบกวนสอบถามความเห็นของพี่ [email protected] และสมาชิกท่านอื่นหน่อยครับ เมื่อก่อนกรณีมีกระสุน 5.56 พิสูจน์หลักฐานมักจะรายงานผลตรวจมาสั้นๆ ว่าเป็นกระสุนปืนกลที่ไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ โดยไม่ได้ระบุมาให้ชัดเจนว่าเป็นกระสุนเจาะเกราะหรือกระสุนเพลิง ทำให้ต้องสั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมทุกครั้งซึ่งก็ต้องตอบมาว่าไม่ใช่กระสุนเจาะเกราะหรือกระสุนเพลิง (แน่นอนอยู่แล้ว) ทำให้อัยการต้องสั่งไม่ฟ้องหรือศาลพิพากษายกฟ้องข้อหามีกระสุนปืนที่นายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ซึ่งเป็นไปตามแนวฎีกาที่เคยตัดสินไว้ก่อนหน้านี้ที่ว่าแม้จะเป็นกระสุนปืนกลแต่เมื่อไม่ใช่กระสุนเจาะเกราะหรือกระสุนเพลิงก็ไม่ใช่กระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ (สรุปคือถือว่าเป็นกระสุนธรรมดานั่นเอง)

แต่มาในช่วงหลัง (น่าจะจากกรณีปัญหาที่ศาลวินิจฉัยไม่ใช่กระสุนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ดังกล่าวข้างต้น) ทางพิสูจน์หลักฐานเลยแก้ลำด้วยการระบุ
มาในผลตรวจพิสูจน์เลยว่าไม่ใช่กระสุนเพลิงหรือกระสุนเจาะเกราะแต่เป็นกระสุนปืนกลตามกฎกระทรวงฉบับที่ 3 จึงเป็นกระสุนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้
ได้เช่นกัน โดยทางพิสูจน์หลักฐานระบุมาในรายงานผลตรวจพิสูจน์ว่ากระสุน 5.56 ( ไม่ใช่กระสุน .223 ) เป็นกระสุนที่ผลิตมาเพื่อใช้กับปืนกลโดยเฉพาะ ( กรณีที่เป็นปัญหาอาจจะเพราะกระสุนปืนของกลางตีตรา RTA ด้วย ) แต่โดยส่วนตัวผมเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้องเพราะกระสุนเมื่อผลิตออกมาแล้วก็ใช้ยิงได้กับทั้งปืนกลและปืนธรรมดา และปืนไรเฟิลระบบลูกเลื่อนบางกระบอกก็สามารถใช้ยิงได้ทั้งลูก 5.56 และ .223 หรือกระทั่งปืนขนาด .223 เองก็สามารถยิงลูก 5.56 ได้ (แม้จะไม่ค่อยดีกับปืนเท่าไหร่)ซึ่งโดยส่วนตัวของผมเห็นว่าการตีความแบบนี้เป็นการตีความในสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนให้เป็นโทษกับผู้ต้องหา ทำให้น่าคิดว่าในอนาคตหากเป็นการครอบครองกระสุน
5.56 ที่ไม่ใช่กระสุนที่ตีตรา RTA ซึ่งกระสุนขนาดนี้ไม่ใช่กระสุนต้องห้ามตามกฎกระทรวงฉบับที่ 11 และตัวผู้ครอบครองกระสุนเองมีปืนไรเฟิลลูกเลื่อนขนาด .223
จะเป็นความผิดฐานมีกระสุนที่นายทะเบียนไม่อาจออกไปใบอนุญาตได้หรือไม่

กรณีการครอบครองกระสุนที่ตีตรา RTA ยังไงก็เป็นความผิดฐานอื่นต่างหากอยู่ก็ต้องว่ากันต่างหากต่อไป

ไม่ทราบว่าพี่ [email protected] และสมาชิกท่านอื่นมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ

ข้อเท็จจริง ที่ได้จากการพิจารณาในศาล จะมาจากเอกสาร และมีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องเบิกความรับรอง และจากคำเบิกความของพยานบุคคลที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดเป็นความสามารถของทนายความจำเลยที่ต้องเตรียมคำซักค้านให้ดี จึงควรหาทนายความที่สนใจเรื่องปืน และรู้เรื่องปืน มาทำหน้าที่ เป็นดี ครับ

หลายคดี อาจเพราะทนายจำเลยซักค้านไม่แตก(เพราะไม่เข้าใจหรือไม่ทราบข้อเท็จจริง) ศาลก็ต้องพิจารณาจากพยานโจทก์ที่นำสืบแล้วลงโทษจำเลย

และปัจจุบัน ป.๔ ทั้ง ๒ ขนาด จากวังไชยา จะระบุ .223 นิ้ว/5.56 มม. และ .308 นิ้ว/7.65 นาโต้ ประเด็นจึงชัดเจนว่า Rifle
ทั้ง ๒ ขนาด ยิงกระสุนตามที่นายทะเบียนระบุไว้ได้โดยปลอดภัย ถึงแม้ว่าในรายละเอียดของกระสุน อาจมีข้อแตกต่างกันบ้าง
.......................
สาระในคดี จึงอยู่ที่ ๑.เป็นกระสุนในราชการทหารไทย หรือไม่ และ

๒.กระสุนปืนของกลาง เป็นกระสุนเพลิง หรือ กระสุนเจาะเกราะหรือไม่ ทนายจำเลยจึงต้องซักค้านผู้พิสูจน์และทำรายงานการตรวจพิสูจน์ให้แตก (ผมจะไม่ขอให้รายละเอียดมากกว่านี้ บัดเดี๋ยว จนท.จะมาปิดทางซะ)
และซักค้าน นิติกร จาก สำนักงานทะเบียนปืนฯ ให้ยืนยัน ป.๔ ว่า นายทะเบียนฯ เป็นผู้ออกเอกสารอย่างถูกต้องตามหน้าที่

ในประเด็นเรื่องกระสุน ทั้ง ๒ ขนาด ฝ่ายทหารจะทราบข้อเท็จจริงมากกว่าตำรวจ แต่ฝ่ายตำรวจมีหน้าที่ในการรวบรวมหลักฐานทำสำนวนและทำความเห็นให้ พนักงานอัยการ สั่งฟ้องหรือไม่ ถ้าฟ้อง ศาลจะเป็นผู้วินิจฉัยจากข้อเท็จจริงที่ได้จากการพิจารณา
ในคดี ด้วยการนำสืบของฝ่ายโจทก์ฝ่ายจำเลย ..

นี่เป็นงานในกระบวนการยุติธรรม ของวิชาชีพกฎหมาย ได้แก่ ศาล พนักงานอัยการ และทนายความ จึงจะเข้าใจ ครับ. :)
ขอบคุณมากครับพี่ [email protected] สำหรับความคิดเห็นครับ

สุภาพ
โพสต์: 15
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ พ.ค. 16, 2020 6:25 am

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย สุภาพ »

EspanolSD เขียน:
ศุกร์ พ.ค. 15, 2020 5:22 pm
ขอเพิ่มเติมความชัดเจนให้เพื่อนสมาชิกจะได้ไม่สับสนกับบางสิ่งบางอย่างครับ...

ประเด็น คือ มันมีบันทึกข้อความ ศบปช. (ฝ.ตป.) ที่ มท ๐๓๐๗.๘(๕) เรื่อง การกำหนดขนาดอาวุธปืนเดี่ยวไรเฟิ่ล เรียน ผอ.สรร.๑/หน.ง.กง.พสร เมษายน ๒๕๖๓ ออกมา
ทำให้หลังจาก เมย. 63 ป.2/3/4 มันจะต้องออกตามบันทึกข้อความฉบับนี้ เรื่องมันก็แค่นี้ คนมีซื้อคนเล่นจริง เค้ารู้เรื่องดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์มันอะไรคืออะไร

นี่คือตัวอย่าง ป.4 บางส่วนของอาวุธปืนไรเฟิ่ลที่ผม "มี" ครอบครองด้วยตนเอง ทุกกระบอกไม่มีตีบนอาวุธปืน ว่ายิงได้ 2 ขนาดครับ แต่ 4 ใบนี้มันออกก่อน เมย. 63 มันก็เลยมี () ได้
รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
สุดยอดเลย ชัดเจนแจ่มแจ้ง ขอบคุณครับ

kosmos
โพสต์: 14
ลงทะเบียนเมื่อ: เสาร์ เม.ย. 18, 2020 9:38 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย kosmos »

[email protected] เขียน:
ศุกร์ พ.ค. 15, 2020 11:03 am
Rifle ยี่ห้อ Troy ทั้ง .223 และ .308 ระบุไว้ทั้ง ๒ ขนาด
ตอนนี้ ก็มีลงขาย ใน Gun Mart ป.๔ ก็ระบุ ทั้ง มม. และนิ้ว

ป.๔ ผมได้เห็น ทั้ง .223 มม.(5.56) และ ป.๔ .308 มม (7.62 นาโต้)
จะเป็น (...) หรือ / มีผมเหมือนกัน ครับ ป.๔ ปี ๒๕๖๐

ข้อเท็จจริงที่ผมบอก คือสิ่งที่เกิดจริง ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว
ในทางกฎหมาย ความเห็นส่วนตัว ใช้ไม่ได้ ครับ.
ในมือผมก็มีอยู่ครับ ไอ้ ป.4 ที่ระบุ 2 ขนาดแบบมีวงเล็บเนี่ย
ไม่ได้บอกว่ามันไม่มีนะ

ปัญหาคือ เพื่อนๆที่ไปขอ ป.3 ไรเฟิลในเดือนนี้เล่าว่า ปลัดบอกว่า ขนาด .308(7.62) มันหายไปจากระบบคอมแล้วครับ ไม่มีให้เลือก
เลยออกเป็น เดี่ยวไรเฟิลขนาด .308 ให้แทน

ผมเลยมาถามสมาชิกที่ไปขอไรเฟิลเดือนนี้ ว่าเจอแบบนี้เหมือนกันมั๊ย

รูปภาพ

Mojo_Powered
โพสต์: 4
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 19, 2020 12:40 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย Mojo_Powered »

kosmos เขียน:
เสาร์ พ.ค. 16, 2020 11:19 am
[email protected] เขียน:
ศุกร์ พ.ค. 15, 2020 11:03 am
Rifle ยี่ห้อ Troy ทั้ง .223 และ .308 ระบุไว้ทั้ง ๒ ขนาด
ตอนนี้ ก็มีลงขาย ใน Gun Mart ป.๔ ก็ระบุ ทั้ง มม. และนิ้ว

ป.๔ ผมได้เห็น ทั้ง .223 มม.(5.56) และ ป.๔ .308 มม (7.62 นาโต้)
จะเป็น (...) หรือ / มีผมเหมือนกัน ครับ ป.๔ ปี ๒๕๖๐

ข้อเท็จจริงที่ผมบอก คือสิ่งที่เกิดจริง ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว
ในทางกฎหมาย ความเห็นส่วนตัว ใช้ไม่ได้ ครับ.
ในมือผมก็มีอยู่ครับ ไอ้ ป.4 ที่ระบุ 2 ขนาดแบบมีวงเล็บเนี่ย
ไม่ได้บอกว่ามันไม่มีนะ

ปัญหาคือ เพื่อนๆที่ไปขอ ป.3 ไรเฟิลในเดือนนี้เล่าว่า ปลัดบอกว่า ขนาด .308(7.62) มันหายไปจากระบบคอมแล้วครับ ไม่มีให้เลือก
เลยออกเป็น เดี่ยวไรเฟิลขนาด .308 ให้แทน

ผมเลยมาถามสมาชิกที่ไปขอไรเฟิลเดือนนี้ ว่าเจอแบบนี้เหมือนกันมั๊ย

รูปภาพ
ใช่ครับ ผมก็เกรงว่าจะเจอปห.แบบนี้
สมมติตัวปืนระบุ 5.56นาโต้ หรือ7.62นาโต้ แต่ลูกที่มีขายจะเป็นลูก 223/308

ภาพประจำตัวสมาชิก
EspanolSD
โพสต์: 87
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2020 2:19 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย EspanolSD »

kosmos เขียน:
เสาร์ พ.ค. 16, 2020 11:19 am
[email protected] เขียน:
ศุกร์ พ.ค. 15, 2020 11:03 am
Rifle ยี่ห้อ Troy ทั้ง .223 และ .308 ระบุไว้ทั้ง ๒ ขนาด
ตอนนี้ ก็มีลงขาย ใน Gun Mart ป.๔ ก็ระบุ ทั้ง มม. และนิ้ว

ป.๔ ผมได้เห็น ทั้ง .223 มม.(5.56) และ ป.๔ .308 มม (7.62 นาโต้)
จะเป็น (...) หรือ / มีผมเหมือนกัน ครับ ป.๔ ปี ๒๕๖๐

ข้อเท็จจริงที่ผมบอก คือสิ่งที่เกิดจริง ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว
ในทางกฎหมาย ความเห็นส่วนตัว ใช้ไม่ได้ ครับ.
ในมือผมก็มีอยู่ครับ ไอ้ ป.4 ที่ระบุ 2 ขนาดแบบมีวงเล็บเนี่ย
ไม่ได้บอกว่ามันไม่มีนะ

ปัญหาคือ เพื่อนๆที่ไปขอ ป.3 ไรเฟิลในเดือนนี้เล่าว่า ปลัดบอกว่า ขนาด .308(7.62) มันหายไปจากระบบคอมแล้วครับ ไม่มีให้เลือก
เลยออกเป็น เดี่ยวไรเฟิลขนาด .308 ให้แทน

ผมเลยมาถามสมาชิกที่ไปขอไรเฟิลเดือนนี้ ว่าเจอแบบนี้เหมือนกันมั๊ย

รูปภาพ
นั่นล่ะครับประเด็นที่คนเล่นไรเฟิ่ลจริงๆเค้าคุยกัน ของคุณ kosmos ไม่ต้องเห็นปืน เห็นแค่ ป.4 ก็รู้ว่าสวยแน่นอนครับ
รูปภาพ

ภาพประจำตัวสมาชิก
EspanolSD
โพสต์: 87
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. เม.ย. 16, 2020 2:19 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย EspanolSD »

Mojo_Powered เขียน:
อาทิตย์ พ.ค. 17, 2020 8:50 am
kosmos เขียน:
เสาร์ พ.ค. 16, 2020 11:19 am
[email protected] เขียน:
ศุกร์ พ.ค. 15, 2020 11:03 am
Rifle ยี่ห้อ Troy ทั้ง .223 และ .308 ระบุไว้ทั้ง ๒ ขนาด
ตอนนี้ ก็มีลงขาย ใน Gun Mart ป.๔ ก็ระบุ ทั้ง มม. และนิ้ว

ป.๔ ผมได้เห็น ทั้ง .223 มม.(5.56) และ ป.๔ .308 มม (7.62 นาโต้)
จะเป็น (...) หรือ / มีผมเหมือนกัน ครับ ป.๔ ปี ๒๕๖๐

ข้อเท็จจริงที่ผมบอก คือสิ่งที่เกิดจริง ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว
ในทางกฎหมาย ความเห็นส่วนตัว ใช้ไม่ได้ ครับ.
ในมือผมก็มีอยู่ครับ ไอ้ ป.4 ที่ระบุ 2 ขนาดแบบมีวงเล็บเนี่ย
ไม่ได้บอกว่ามันไม่มีนะ

ปัญหาคือ เพื่อนๆที่ไปขอ ป.3 ไรเฟิลในเดือนนี้เล่าว่า ปลัดบอกว่า ขนาด .308(7.62) มันหายไปจากระบบคอมแล้วครับ ไม่มีให้เลือก
เลยออกเป็น เดี่ยวไรเฟิลขนาด .308 ให้แทน

ผมเลยมาถามสมาชิกที่ไปขอไรเฟิลเดือนนี้ ว่าเจอแบบนี้เหมือนกันมั๊ย

รูปภาพ
ใช่ครับ ผมก็เกรงว่าจะเจอปห.แบบนี้
สมมติตัวปืนระบุ 5.56นาโต้ หรือ7.62นาโต้ แต่ลูกที่มีขายจะเป็นลูก 223/308
อาจมีปัญหานี้แน่นอนครับ เพราะตอนนี้มีปืน AR Platform Straight Pull ล๊อตนึงเข้ามา (คุณเจ้าของกระทู้คงทราบอยู่แล้ว) มี 2 ขนาดให้เลือกซื้อ คือ 5.56 กับ .308
- ขนาด 5.56 บนตัวปืนลง 5.56 และบนแม๊กกาซีนก็ลง 5.56x45
- ขนาด .308 บนตัวปืนลง .308 แต่บนแม๊กกาซีนลง 7.62x51 (ผมซื้อขนาดนี้มา 1 กระบอก ได้ ป.4 ระบุแค่ .308 ทั้งที่ ป.3 ผมระบุ .308(7.62) เนื่องจากร้านยังตั้งตัวไม่ทัน ไม่ได้ลอกตัวหนังสือบนแม๊กกาซีนไปด้วย กระบอกหลังๆมีลอกไป ต้องคอยดูครับว่า ป.4 จะออกมาเป็น 7.62NATO/.308 ไหม)

บางคนคาดการณ์ไปว่าเหตุการณ์นี้เกี่ยวพันกับการที่ผู้ผลิตกระสุนยี่ห้อไทยกำลังทดลองและเตรียมวางตลาดกระสุนขนาด .223 (ขออภัยที่พาดพิง แต่ผมเห็นแย้ง) แล้วกลัวว่าคนยังหันไปยิง 5.56 ลูกทหารที่ราคาถูกกว่าจะทำให้ยอดขายไม่เข้าเป้า โดยส่วนตัวผมว่าไม่เกี่ยวข้องกันเท่าใดนัก เพราะถ้าเจอแบบกรณีนี้เข้าไป คนที่ซื้อ 5.56 Straight Pull กระบอกนี้ ก็ครอบครองกระสุนไทยยี่ห้อเหล่านี้ไม่ได้อยู่ดี เพราะ ป.4 ไม่ได้ลง .223 (ยกเว้นมีกระบอกอื่นอยู่แล้วที่ระบุ .223 หรือผู้ผลิตมีผลิต 5.56)
รูปภาพ

Vposarin
โพสต์: 40
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ เม.ย. 19, 2020 10:33 pm

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย Vposarin »

สาระล้นๆครับ ตามอ่านต่อครับ
สงบสุขใสเย็น

ฉันทนา เกลี้ยกล่อม
โพสต์: 62
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ พ.ค. 27, 2020 7:11 am

Re: ปืน 223/308 ใช้ลูกทหารยิงหรือครอบครอง ผิดกม.ปะครับ

โพสต์ โดย ฉันทนา เกลี้ยกล่อม »

อ่านไป ก็งงไป กฏหหมาย บ้านอื่น เมืองอื่่น เป็นเหมือนบ้าน เราไหมค่ะ ประมาณว่า
1.ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก
2.การเข้าถึงกฏหมาย ต้องสงวนเฉพาะกลุ่ม เฉพาะวิชาชีพ ไม่ทำให้ คนทั่วไป เข้าใจและอ่านง่าย สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง
3.เขียนแล้วยังต้องมาเสียเวลาตีความอีก
4.มีระบบสะท่้อน เสียงจากประชาชนไหมค่ะ ว่า อันไหน ไม่เข้ายุคสมัย ควรยกเลิก หรือขัดต่อการพัฒนาประเทศ หรือ ไม่มีความจำเป้นต้องใช้ ก็ยกเลิกมันไปซะ
ออกแนว บ่นนะค่ะ ไม่ได้ต้องการคำตอบ บ่นยันหลานบวช หรือ จนกว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงค่ะ

ตอบกลับโพส